เจาะลึกชุดเหล็ก Titleist 718 ก่อนวางตลาด รุ่นไหนเหมาะกับใคร?

482419

ช่วงใกล้ปลายปีแบบนี้ นอกจากลมหนาวที่ย่างกรายมาอย่างช้าๆแล้ว ยังเป็นช่วงที่นักกอล์ฟสายอุปกรณ์ได้คึกคักกัน เนื่องจากแบรนด์กอล์ฟต่างๆได้ทำการเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดกันอย่างไม่ขาดสาย ส่วนในบทสัมภาษณ์นี้เป็นคิวของชุดเหล็ก Titleist 718 ที่ผมได้มีโอกาสไปร่วมกับเปิดตัว ทดสอบตีจริง รวมถึงการพูดคุยกับ จีน ซอนเดอร์ส ผู้จัดการผลิตภัณฑ์และการฟิตติ้ง ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกี่ยวกับตระกูลชุดเหล็กรุ่นนี้แบบละเอียดยิบ

 

all718

คอนเซ็ปต์ของชุดเหล็ก 718
เรามุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงรูปทรงใหม่ เน้นเรื่องการชดเชยความผิดพลาดและเพิ่มระยะให้มากขึ้นจากเทคโนโลยี ไม่ใช่การออกแบบให้องศาชันขึ้น เพราะการทำแบบนั้นอาจทำให้ระยะไกลขึ้นก็จริง แต่มันก็จะสูญเสียประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ และเกิดระยะช่องโหว่ในเหล็กแต่ละเบอร์มากเกินไป นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ เพราะจุดมุ่งหมายในการสร้างสรรค์ชุดเหล็กของเราคือต้องได้ระยะที่สม่ำเสมอ มีองศาหน้าไม้ที่เหมาะสมเพื่อให้ลูกลอยขึ้นและตกลงบนผิวกรีนอย่างนุ่มนวล

6057AD25-0AF2-4F69-A187-2757E18BA3B3

ความแตกต่างระหว่างของ 718 และ 716
อย่างแรกเลยคือเราเพิ่มชุดเหล็กขึ้นเป็น 6 รุ่น ซึ่งมีความครอบคลุมนักกอล์ฟทุกระดับตั้งแต่มือใหม่จนถึงมือโปร และในชุดเหล็กแต่ละรุ่น (ยกเว้น 718MB) ก็มีการเพิ่มความหนาแน่นของทังสเตนเข้าไปในใบเหล็ก โดยมีผลในเรื่องของการป้องกันหน้าไม้สะบัดขณะปะทะลูก และยังช่วยปรับตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงให้เหมาะสมในเหล็กแต่ละเบอร์ นอกจากนี้ยังเลือกวัสดุคาร์บอน สตีล แบบใหม่ที่สร้างหน้าไม้ให้บางกว่าเดิม จุดนี้ทำให้ชุดเหล็กของเราสามารถสร้างความเร็วลูกกอล์ฟได้ดีขึ้น

รูปทรงของใบเหล็กสำคัญกับนักกอล์ฟมากน้อยเพียงใด
สำหรับ Titleist 718 นี้เราออกแบบรูปทรงชุดเหล็กทุกรุ่นให้มีความกระทัดรัดมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกอล์ฟทุกคนชื่นชอบ ในขณะเดียวกันมันยังตีได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น AP1 ,AP2 ,AP3 หรือ T-MB โดยมุมมองขณะจรดลูกนั้นจะเห็นว่าสันด้านบนถูกออกแบบให้บางลง ลบมุมของใบเหล็กให้มีความเฉียบคมยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราฟังเสียงจากบรรดาโปรในทัวร์แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดให้เข้าถึงนักกอล์ฟทุกคน

3

พูดถึงชุดเหล็กใหม่ทั้ง 2 รุ่น 718AP3 และ 718T-MB
เมื่อ 2 ปีก่อนเราออกรุ่น 716T-MB ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะที่ญี่ปุ่น ส่วนในอเมริกานั้นจะต้องสั่งคัสตอมพิเศษเท่านั้น แต่ปรากฎว่าผลการตอบรับดีมาก เราจึงตัดสินใจผลิตชุดเหล็ก T-MB แบบครบเซ็ตตั้งแต่เหล็ก 3 – PW มาวางจำหน่ายในตลาดกอล์ฟทั่วโลก ซึ่งเป็นเหล็กรูปทรงคล้ายเหล็กเบลด แต่มีขนาดที่หนากว่าเล็กน้อย และด้านในเป็นโพรงเพื่อใส่เทคโนโลยีให้ตีง่ายขึ้น ส่วนรุ่น 718 AP3 นั้นถือเป็นลูกผสมระหว่าง AP1 และ AP2 คือให้ระยะที่ไกล ชดเชยสูง แต่มาพร้อมรูปทรงที่ไม่ใหญ่จนเกินไปและสามารถควบคุมทิศทางบอลได้ เป็นรุ่นที่เราตั้งใจพัฒนาเพื่อนักกอล์ฟทุกระดับที่ชื่นชอบในความรู้สึกและหน้าตา AP2 แต่อยากได้ระยะที่ไกลยิ่งขึ้น

สำหรับ 718CB และ 718MB มีการปรับปรุงในด้านใดบ้าง (ให้ตีได้ง่ายขึ้น)
สำหรับ 718MB นั้นยังคงใช้การขึ้นรูปด้วยเหล็กเพียงชิ้นเดียวเช่นเคย ซึ่งเป็นการยากที่จะเพิ่มการชดเชยความผิดพลาดให้กับเหล็กดีไซน์นี้ แต่เราก็ได้ปรับแต่งรูปทรงด้านหลัง ความยาวของหน้าเหล็กยาวขึ้นเล็กน้อย ส่วน 718CB นั้นเป็นเหล็กใบเล็กแต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกับ AP2 ทั้งวัสดุและการถ่วงทังสเตน โดยนักกอล์ฟที่เลือกใช้เหล็กประเภทนี้จะค่อนข้างยึดติดกับองศามาตรฐาน ไม่ชันเกินไป ดังนั้นสิ่งที่เราปรับแต่งใบเหล็กทั้งสองรุ่นนี้จึงมีไม่มากนักเนื่องจากกลุ่มนักกอล์ฟที่ชื่นชอบเหล็กประเภทนี้มักมองไปที่ความแม่นยำ สม่ำเสมอ มากกว่าระยะที่ไกล

คุณคิดว่าชุดเหล็กรุ่นใดจะขายดีที่สุด
ผมคิดว่านักกอล์ฟทุกคนมีความแตกต่างกัน บางคนชอบประสิทธิภาพ บางคนชอบที่หน้าตา ดังนั้นเราจึงมีชุดเหล็กให้เลือกถึง 6 รุ่น แต่สำหรับเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในทัวร์ตอนนี้คือการจัดชุดเหล็กแบบคอมโบ เซ็ต คือเหล็กสั้นเป็นใบบาง เช่น MB, CB ส่วนเหล็กยาวจะเป็น AP3 หรือ T-MB เป็นต้น

483075

พูดถึงไฮบริด H818 กันบ้าง มันเหมาะสำหรับใครครับ
เหมาะกับทุกคนที่จริงจังกับเกมส์กอล์ฟของตัวเองครับ ไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟระดับใดก็สามารถเลือกใช้ได้ โดยมี 2 รูปทรงให้เลือกคือ 818H1 ที่ตีง่ายกว่า รูปทรงใกล้เคียงแฟร์เวย์วูด ส่วน 818H2 จะให้ไฟล์ทบอลที่พุ่งต่ำกว่า เราไม่คิดว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะมีหน้าที่ในการใช้แก้ปัญหาเท่านั้น แต่มันยังสามารถนำไปใช้ในเกมส์บุกของคุณเองได้ด้วย

คุณจะพูดอย่างไรกับนักกอล์ฟที่บอกว่าอุปกรณ์ของ Titleist ตียาก
ก็คงต้องแนะนำให้พวกเขาได้ทดลองผลิตภัณฑ์ของเราเสียก่อน จริงอยู่ที่เมื่อก่อนเราผลิตอุปกรณ์เพื่อตอบสนองนักกอล์ฟระดับโปร แต่นั่นมันเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันเรามีตระกูล AP1, AP2, AP3 หากมีโอกาสก็อยากให้มาทดสอบประสิทธิภาพกับทีมเดโมของเรา แล้วจะพบว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิดเลย

text: protop

 

Share Button